numpung 的个人资料-[[||-NuMPeuNG-||]]-照片日志列表更多 工具 帮助

日志


2月1日

ต่างกันในกาย (อ่านแล้วเจ็บมากๆ)



ต่างกันในกาย
อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์

ร้านเอกอนันต์
โทรศัพท์ 02-8731285


ประกาศห้ามฆ่า

   มนุษย์คือสัตว์ประเสริฐ ความประเสริฐสูงส่งของมนุษย์นั้น คือจิตคุณธรรม ความเมตตาที่มีอยู่ในจิตของมนุษย์นี้เอง ทำให้มนุษย์ได้ชื่อว่า สัตว์ประเสริฐ ความเมตตาเป็นสิ่งที่แยกมนุษย์ให้แตกต่างจากเดรัจฉาน ด้วยจิตสำนึก ..
   แต่มาบัดนี้ จิตที่เคยสูงส่งเปี่ยมด้วยความดีแห่งเมตตา ได้มีกำแพงเหล็กอันแน่นหนามาปิดกั้นไว้จนมืดบอด เมื่อมนุษย์ขาดจิตสำนึก จึงมองไม่เห็นผิดบาปที่ตนกำลังก่อขึ้นอย่งมหันต์ ..
   ลองคิดกันดู ...

1. บ้านเมืองกำลังเกิดสงคราม พวกเรากำลังถูกตามล่า ต่างพากันหนีตายอย่างลนลาน
 

ในขณะที่โจรไล่ต้อนจนมุม ความตายมาถึงเบื้องหน้า รู้ว่าไม่มีทางรอดแน่ จิตใจเราขณะนั้น ไม่สั่นสะท้านเพราะความกลัวจนขีดสุดหรอกหรือ !
 



2. ในขณะที่พวกโจรจับตัวได้ เราถูกฉุดกระชากลากไถไปอย่างหยาบช้า
 

ทำกับเราเยี่ยงหมูหมา ความรู้สึกของเราตอนนั้น จิตใจไม่แตกกระเจิงขวัญหนีดีฝ่อหรอกหรือ !
 
3. เมื่อเห็นคนรักของเรา ถูกทุบตีอย่างทารุณต่อหน้าต่อตา
 

เราทั้งโกรธทั้งแค้น ตะโกนร้องจนสุดเสียง วิงวอนขอชีวิตแทบขาดใจ ขณะนั้นใจเราไม่เจ็บปวดรวดร้าวหรอกหรือ !
 


 
4. ญาติมิตรของเราถูกพวกโจรจับได้ เอามาขึ้นตะแลงแกง
 

พวกโจรฆ่าฟันหั้นหั่นอย่างเลือดเย็น เสียงหวีดร้องร่ำไห้อย่างโอดโอยของพวกเขา ใจเราขณะนั้นไม่คิดจองล้างจองผลาญหรอกหรือ !
 
5. การฆ่ามาถึงตัวเรา พวกโจรเข้ารุมทำร้ายทุบถองตบตีจนกระอักเลือด
 

ความทรมานเจ็บปวด ยังไม่เท่ากับถูกกรีดเนื้อเถือหนังจนปวดแสบไปทั้งร่าง ใจเราขณะนั้นไม่อาฆาตเคียดแค้นหรอกหรือ !
 


 
6. นาทีแห่งความตายใกล้เข้ามา จิตใจเราห่อเหี่ยว ความหวังริบหรี่ลงทุกที
 

แต่เผอิญขณะนั้นมีโจรคนหนึ่งมาช่วยปล่อยตัว เรามีหวังขึ้นมาอีกครั้ง ใจเราขณะนั้นไม่ดีใจสำนึกขอบคุณหรอกหรือ !
 
7. ทันใดนั้น มีโจรอีกคนหนึ่ง ไม่เคยโกรธแค้นกันมาก่อน ตรงเข้ามาขัดขวางไม่ให้ปล่อยไปง่ายๆ
 

อ้อนวอนยังไงพวกโจรก็จะฆ่าเราให้ได้ ใจเราขณะนั้นไม่รู้สึกรันทดหดหู่หรอกหรือ !
 


 
8. ในขณะที่พวกโจรคิดจะปล่อยตัวพวกเรา แต่มีโจรคนหนึ่งคัดค้านขึ้นมาว่า ฆ่าเสียเลยจะดีกว่า
 

คนเหล่านี้เกิดมามีเคราะห์ ตายไปก็คงจะหมดเคราะห์หมดกรรม ใจเราขณะนั้นไม่เจ็บช้ำหรอกหรือ !
 
9. ในขณะคนรักของเราป่วยหนัก อาการแสนสาหัส จริงๆ แล้วถูกสั่งให้ปล่อย
 

แต่มีโจรใจดำคนหนึ่งไม่เห็นด้วย ป่วยหนักเช่นนี้ รอดตายยาก ฆ่าเสียสิ้นเรื่อง ใจเราขณะนั้นไม่เป็นเดือดเป็นแค้นหรอกหรือ !
 


 
10. ญาติมิตรของเราส่วนใหญ่มีลูกเล็กเด็กแดง พวกโจรคิดจะปล่อยไป
 

แต่มีโจรใจชั่วคนหนึ่งเสนอว่า เด็กพวกนี้ปล่อยไปก็ตาย ฆ่ากินดีกว่า เนื้ออ่อนอร่อย ใจเราขณะนั้นจะอโหสิให้ได้อีกหรือ !
 



   ไม่ว่าสัตว์น้อยใหญ่ หรือแม้กระทั่ง กุ้ง หอย ปู ปลา เมื่อถูกจับมานอนอยู่ข้างเขียง ต่อหน้ามีมีด ต่อหน้าน้ำมันร้อน มันก็ย่อมคิดว่า ตัวมันกับญาติมิตรที่ถูกจับมาด้วยกันนี้ อีกชั่วครู่ก็ต้องจบชีวิตอย่างเจ็บปวดสาหัส แต่ปากพูดไม่ได้ นอกจากชักดิ้นรับความทรมาน ..
 
ขอขอบคุณบทความดีๆจาก http://www.chongter.com
1月23日

ดี

ฉะนั้นเราต้องพยายามทำใจดี หัดทำใจดี คิดดี พูดดี ทำดี
ทำใจดีได้ ก็เป็นคนดี ถ้าเราเป็นคนดี เราก็มีความสุข
ใครๆ ก็คิดดี พูดดี ทำดี กับเรา

เมื่อเราเป็นคนดี คิดดี พูดดี ทำดี ใจดีแล้ว
รอบด้านของเราใครๆ ก็คิดดีกับเรา พูดดีกับเรา ทำดีกับเรา
ถ้าเรารอให้คนอื่นๆ เขาเป็นคนดี ใจดี เราไม่มีวันเจอความสุขได้
เราต้องทำก่อน
ถึงแม้ว่าเขาคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี กับเราก็ตาม
ถ้าเรายังคิดดี พูดดี ทำดีอยู่ เราก็มีความสุขอยู่เหมือนเดิม
 
สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย:
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
วัดป่าสุนันทวนาราม
1月13日

อยากให้ทุกๆคนอ่าน

...บ้านพักคนชราที่ผมไปเยี่ยมเยืยนมาหลังวันเกิดในเดือนที่แล้ว

เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ไม่ใหญ่โตนัก ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของวัดเล็กๆ ที่สมภารเจ้าอาวาสอดีตนักเรียน โรงเรียนเดียวกับผม ท่านเอาเงินที่ญาติโยมศรัทธาถวายท่านมาปลูกสร้างเพื่อให้ผู้เฒ่าผู้ชราได้มาพักอาศัย ยามเมื่อขาดที่พึ่งพิง มีโยมผู้หญิงวัยกลางคนไร้ญาติและสิ่งเกาะเกี่ยวทางโลกมาบำเพ็ญธรรมโดยไม่บวชชี ท่วงท่าเจรจาพาทีดูสำรวมราบเรียบ พร้อมเด็กวัดลูกชาวบ้านแถบนั้นแวะเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้ดูแลผู้ชราทั้งหญิงชายที่ถูก ทอดทิ้งรวม 13 ชีวิต ค่าจ้างคนดูแล น้ำไฟ เสื้อผ้ายารักษาโรค ข้าวปลาอาหาร สมภารใจดีอดีตนักเรียนช่างกลที่รอดตายมาจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เหมาจ่ายคนเดียว โดยไม่เคยพิมพ์ฏีกา เรี่ยไรใคร ...

พูดคุยกับท่านหลายเรื่องจนตอนจะลากลับผมควักเงิน 500 บาท ใส่ซองถวายท่านเป็นค่าใช้จ่าย

ท่านจึงนึกอะไรขึ้นมาได้ชวนผมเดินลงจากศาลาไปที่บ้านพักคนชราแห่งนั้น เปิดนรกบนดินอีกขุมหนึ่งให้ คนบาปอย่างผมมีดวงตาเห็นธรรมโดยไม่ต้องฟังเทศน์เทียบชาดกบทใดๆ หญิงชรารูปร่างเล็กผิวสองสีบอบบางทอดกายเหยียดตรงบนเตียงเล็กๆ แต่สะอาด มีผ้าห่มผืนบางๆ ห่มปิดทรวงอกที่ยังกระเพื่อมเบาๆ ราวเครื่องยนต์ใกล้ดับอย่างเหนื่อย หน่าย แม่เฒ่าพยายาม ยกขึ้นประนมไหว้เมื่อท่านสมภารพาผมมานั่งอยู่ข้างขอบเตียง กังวานน้ำเสียงแห่งพุทธบุตรผู้เมตตาเปล่ง วาจาถามไถ่อาการและให้ศีลให้พรเบาๆ แต่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ หยาดน้ำตาแห่งความ ปิติ ท่วมท้นดวงตาสี ขาวขุ่นแล้วค่อยๆ ซึมเซาะรินไหลไปตามร่องขอบตาที่เหี่ยวย่นบนใบหน้า เวทนาบังเกิดจนผมต้องเบือน หน้าหนี ผู้เฒ่าอายุ 91 ปี อาวุโสสูงสุดในจำนวน 13 คนชราของที่นี่ เรื่อง ราวทั้งหลายในอดีต ยังเจิดจ้าอยู่ในความทรงจำเหมือนเพิ่งเกิดเมื่อวาน... ...

แม่เฒ่ามีลูกชายสองคนและหญิงหนึ่งคน

 60 ปีที่ผ่านมาครอบครัวแม่เฒ่าจัดอยู่ใน ระดับผู้มีอันจะกินของจังหวัด สามีของแม่เฒ่ามีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ก่อร่างสร้างตัวจากกรรมกรกิน ค่าแรงรายวันโดย แม่เฒ่ารับจ้าง ทอผ้าอยู่ในโรงงงานแห่งหนึ่ง อดออมสะสมจนฐานะดีขึ้น สามารถ สร้างหลักฐานจนมีที่ดินบ้านช่องสมฐานะ แต่สามีก็ยังทำงานหนักไม่ยอมพักหวังจะฟูมฟักลูก 3 คนให้ อยู่อบอุ่น กินอิ่มโดยไม่ต้อง ลำบากช่วงนั้นแม่เฒ่าเลิกทอผ้าแล้วอยู่บ้านเลี้ยงลูก 3 คนที่อยู่ในวัยซวนไล่ เรียงตามลำดับ

เช้าวันหนึ่งเมื่อลูกชายคนโตอายุได้ 6 ขวบสามีของแม่เฒ่าก็หลับไปไม่ ตื่นมาร่ำลา

หมอที่ โรงพยาบาลบอกว่าสามีตับแข็งตายทั้งๆ ที่ไม่เคยแตะเหล้าซักหยด แม่เฒ่าเปลี่ยนสภาพบ้านพักเปิด เป็นร้านค้าโชห่วยขายของสารพัดชนิดอดทนอดออมเลี้ยงลูกทั้ง 3 คน ให้ร่ำเรียนจนจบปริญญา ครอบครัว อบอุ่นพี่น้องรักใคร่กันดี ไม่มีเค้าลางว่าจะแตกหักดั่งหนึ่งคนละสายเลือด ลูกชายคนโตแต่งงานไป กับลูกสาวเจ้าของร้านขายทองในตลาด ในชีวิตของแม่เฒ่าไม่เคยมีความสุขครั้งไหน เหมือนวันที่ลูกชายแต่ง งานสมบัติที่มีแม่เฒ่าจัดแบ่งเป็นสามส่วนให้ลูกชายคนโตเปิดร้านขายทองตามที่สะใภ้ต้องการ ...ปีต่อมา ลูกคนที่สองแต่งสาวเข้าบ้านอีกคนแม่เฒ่ายกบ้านและที่ดินที่เปิดร้านขายของสอง คูหาสามชั้นให้เป็นสมบัติ ของลูกด้วยความยินดีโดยที่แม่เฒ่าขอสิทธิ์แค่อยู่อาศัย สองปีถัดมาลูกสาวคน สุดท้องแต่งกับข้าราชการระดับหัวหน้ากองในจังหวัด แม่เฒ่ายกที่ดินและเงินสดก้อนสุดท้ายของแม่เฒ่า รับขวัญลูกเขยด้วยความปรีดา

...สัตว์โลกทั้งหลายล้วนเวียนว่ายก่อเกิดเพื่อมาชดใช้กรรมเก่า

สะใภ้คนที่สองเริ่มจุดประกายแห่งการแตกหัก ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านไม่เคยแม้แต่เสียบปลั๊กหม้อหุงข้าว แม่เฒ่ากลายเป็นทาสในเรือนซักผ้าทำกับข้าวจัด สำรับคับค้อน ตั้งโต๊ะคอยท่าสองผัวเมียกินก่อนจนอิ่ม แม่เฒ่าจึงมีโอกาสได้กินของเหลือ ก่อนจะเก็บกวาดถ้วยชามไปล้าง กวาดเช็ดบ้านช่องเรียบร้อยแล้ว จึงได้พักผ่อนด้วยการเดินออกไปคุยกับเพื่อนบ้านในวัยไล่เลี่ยกัน สะใภ้สองเข้มงวดแม้แต่ของสดทุกชนิดที่ซื้อมาทำกับข้าว ต้องถามราคาแล้วยกไปชั่งน้ำหนัก ราคา สินค้ากับเงินทอนที่เหลือต้องตรงกับเงินที่ให้ไปตลาด แต่แม่เฒ่าก็ไม่เคยเก็บมาเป็นอารมณ์ ...

แล้ววันหนึ่งสะใภ้สองก็จัดระเบียบการกินใหม่

หล่อนไปสั่งผูกปิ่นโตเพื่อนกินกันแค่สองผัวเมีย แล้วสั่งให้ผัวจ่ายเงินให้แม่เฒ่าแค่วันล่ะยี่สิบบาทไปหากินเอาเองด้วยเหตุผลโง่ๆ คือต้องการประหยัด แต่ลึก ๆ ในใจไม่ต้องการให้แม่ผัวเป็นส่วนเกิน แม่เฒ่าคิดเอาเองว่าลูกๆ คงไม่อยากให้แม่เหนื่อย จึงน้อมรับประกาศิตลูกสะใภ้ด้วยดุษฏี สองสามวันต่อมาแม่เฒ่าก็ลืมสิ้นเพราะความรักลูก หลายครั้งที่แม่เฒ่าคิดถึงลูกชายคนโตที่เปิดร้านขายทองในตลาด แม่เฒ่าจะเจียดเงินที่เก็บออมไว้ ซื้อผลไม้ที่ลูกชอบติดมือไปด้วย แต่ทุกครั้งที่แม่เฒ่าเดินเข้าไปในบ้านสะใภ้ใหญ่จะมองอย่างเหยียดๆ แล้วเดินหนีเข้าห้องแอร์ปิดประตูนอนดูโทรทัศน์ สั่งคนใช้ให้คอยสอดส่องเดินตามแม่เฒ่า เธอ กลัวแม่ผัวขโมยของในบ้าน จะคุยกับลูกชายไอ้นั่นก็ออกอาการไม่ว่างถามคำตอบคำ เหมือนหนามตำโดน โคนลิ้นจนอ้าปากลำบากลำบน อึดอัดแม่เกรงใจเมีย แกล้งถอดสร้อยคอทองคำเส้นโตที่ห้อยแขวนพระ เครื่องราคาแพงในกรอบทองฝังเพชรพวงใหญ่ขึ้นมาส่องทีละองค์ด้วยความเลื่อมใส และไม่แม้แต่จะชายตา มองแม่เฒ่าที่นั่งซึมอยู่ข้างตู้ทองอย่างเดียวดาย เก้ๆ กังๆ อยู่พักใหญ่ก็เดินออกจากบ้านลูกชายคนโต อย่างเหงาๆ โดยมีคนใช้ของลูกหิ้วถุงผลไม้ตามมายัดคืนใส่มือ ระหว่างทางก็แวะ ทักทายคนรู้จักเพื่อ รักษามารยาท แต่ในใจของแม่เฒ่ามันวังเวงจนจำไม่ได้ว่าพูดคุยกับใครไปบ้าง

ระหว่างทาง ลูก สาวคนเล็กที่แม่เฒ่าทั้งรักทั้งหวงนั่นแทบไม่ต้องพูดถึงเธอยื่นคำขาดกับแม่เฒ่า ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเยี่ยมว่าถ้า ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปหาเพราะบ้านเธอมีแขกที่เป็นลูกน้องของผัวและพ่อค้าวานิชเข้าพบผัวของเธอเพื่อขอ อำนวยความสะดวกในทางธุรกิจบ่อยๆ และผัวของหล่อนก็ค่อนข้างเจ้ายศเจ้าอย่าง ถ้าแม่เฒ่ารักลูกก็ควร จะต้องรักษาเกียรติรักษาหน้าตาของผัวลูกด้วย แม่เฒ่าไม่เข้าใจว่าการรักษาหน้าตาของลูกเขยนั้นต้อง ทำอย่างไรแม่เฒ่ายังเคยปลื้มกับคำชมของเพื่อนบ้าน ...เขาว่าแม่เฒ่าวาสนาดีลูกเขยเป็นเจ้าคนนายคนแม่เฒ่าก็ได้แต่แอบปลื้มทั้งๆ ที่ ไม่เข้าใจว่าทำไมการเป็น เจ้าคนนายคนจึงเหมือนกำแพงชนชั้นปิดกั้นระหว่างความเป็นแม่ลูกจนหนักหนาสาหัสขนาดนั้น ร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์โผล่ขึ้นมารายรอบร้านค้าของลูกชายคนที่ สองกระทบธุรกิจของสองผัวเมียจนทรวดเซ ของขายไม่ได้มากเหมือนเก่าที่เอาอะไรมาวางก็ขายหมด ปัญหาและวิกฤติการเงินในบ้านส่งสัญญาณถึงขาลง สองผัวเมียเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง และแทบทุก ครั้งลูกสะใภ้ก็จะฉวยโอกาสด่ากระทบแม่ผัวเป็นของแถมโดยไม่มีเหตุผล โดยที่ลูกชายก็ไม่ออกอาการปก ป้องแม่เฒ่าแต่อย่างใด

.. 12 มิถุนายน 2530 ประมาณ 3 ทุ่มของคืนโลกาวินาศ

ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยพยับเมฆ สลับกับเสียงฟ้าร้องดังกึกก้องเป็นระยะๆ ครู่ใหญ่ๆ ต่อมาสายฝนจึงโปรยปรายชุ่มฉ่ำน้ำนองไปทั่วเมือง ลูกชายลูกสะใภ้ออกไปกินข้าวนอกบ้านยังไม่กลับ ปล่อยแม่เฒ่าเฝ้าร้านค้าคนเดียว ...แม่เฒ่าจำได้ว่าวัยรุ่นสองคนขี่รถเครื่องฝ่าสายฝนมาจอดหน้าร้านขอซื้อเบียร์หนึ่งขวด แม่เฒ่ารับเงิน แล้วเดินเข้าไปเก็บในลิ้นชักโดยไม่ระแวงว่า สองวัยรุ่นแอบยกลังใส่บุหรี่ที่ลูกชายสั่งมายังไม่แกะ กล่องช่วยกันแบกขึ้นรถขี่หายไปกับความมืด ก่อนสี่ทุ่มเล็กน้อยสองผัวเมียจึงขับรถกลับเข้าถึงบ้านช่วย กันเก็บของเข้าร้าน วางของทุกชิ้นเข้าที่ๆ เคยวาง เมื่อไม่เห็นลังบุหรี่จึงหันไปตะโกนถามแม่เฒ่าที่ กำลังจุดธูปไหว้รูปสามีบนหิ้ง เพียงคำตอบที่แม่เฒ่าตอบว่า "ไม่เห็น" ก่อนปักธูปลงกระถาง เสียงสบถด้วยคำหยาบของลูกชายก็ดังสวนสนั่นบ้าน ครู่เดียวทั้งลูกสะใภ้กับลูกชาย ก็สลับปากจิกหัวด่าแม่กึกก้องประสานเสียงกับสายลมนอกบ้าน ก่อนที่ทั้ง คู่จะขับรถไปโรงพักแจ้งจับแม่ลักทรัพย์ ตำรวจพาแม่เฒ่าไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะร้อยเวร แม่เฒ่าให้การไม่รู้ ด้วยซื่อบริสุทธิ์โดยไม่ตัดพ้อต่อว่าลูกชายแม้แต่คำเดียว กว่าชั่วโมงในห้องแอร์เย็นเฉียบ แต่ในอกในใจของร้อยเวรหนุ่มร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟนรกแผดเผา ที่ต้องวิงวอนสองผัวเมียให้เห็นบาปบุญคุณโทษ แต่สองผัวเมียกลับโยนภาระตอกย้ำ "ให้ตำรวจอบรมแม่ เฒ่า" ก่อนที่จะสะบัดก้นกลับไปบ้านโดยไม่ใส่ใจแม่เฒ่าที่เปียกฝนนั่งสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ

สายฝนยงสาดซัดกระหน่ำหนักเหมือนฟ้าแตก

ตำรวจยศนายดาบขับรถร้อยเวรมาส่งแม่เฒ่า ที่บ้านบ้านซึ่ง ประตูเหล็กถูกปิดสนิท ...แม่เฒ่าลงจากรถเดินฝ่าฝนถึงหน้าบ้านแล้วแม่เฒ่าก็ตกใจสุดขีดกับภาพเบื้องหน้าที่พื้นหน้าบ้าน เสื้อผ้าเก่า ๆ ยัดแน่นอยู่ในถุงถูกโยนออกมากองเรี่ยราดเหมือนขยะ บนกองเสื้อผ้าของแม่เฒ่า กระถางธูปและรูปถ่ายของสามีแตกกระจายเกลื่อนกราด หยาดฝนสาดซัดรูปถ่ายขาวดำ ของสามีจนเปียกปอนขาดวิ่น แม่เฒ่าก้มลงหยิบรูปของสามีมากอดแนบอก น้ำตาแห่งความ รันทดทะลักล้นปนน้ำฝน ปวดร้าวเหมือนถูกฟ้าผ่าเข้ากลางใจ แม่เฒ่ากอดรูปนั้นไว้เหมือนจะปกป้อง จากสายฝนสุดชีวิต สองเท้าออกก้าวช้าๆ เหมือนร่างไร้วิญญาณ เข้าตลาดไปหยุดนิ่งอยู่หน้าร้านขายทอง ของลูกชายคนโตเหมือนเป็นการบอกลา แล้วลัดเลาะฝ่าความมืดและสายฝนไปยืนอยู่หน้าบ้านลูกสาวคน เล็กเก็บภาพแห่งความรักความทรงจำสุดท้ายเป็นครู่ใหญ่ จึงเดินจากไปท่ามกลางเสียงกึกก้องของฟ้า ร้องระงม สลับกับ เสียงฟ้าผ่าแน่นหนักเป็นระยะ ดั่งเจ้ากรรมนายเวรกำลังเร่งรีบกรีดนิ้วกัปนาท บรรเลงเพลงกรรมในอดีตชาติติดตามมาทวงคืนให้แม่เฒ่าต้องชดใช้อย่างบอบช้ำยับเยิน รถกระบะเก่าๆ คันนั้นวิ่งฝ่าสายฝนมาจอดสงบนิ่งอยู่หน้ากุฏิพระ ของสมภารเจ้าวัด ตอนตีสามเศษๆ

คนขับรถพบแม่เฒ่าเดินโซซัดโซเซอยู่ข้างถนนเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย

ด้วยใจเมตตา เมื่อแม่เฒ่าต้องการมาที่นี่ จึงขับรถมาส่งด้วยความสังเวช แม่เฒ่ามักคุ้นกับ สมภารวัดนี้มานานแล้ว ตั้งแต่เจ้าอาวาสองค์เก่ายังอยู่ นาทีสุดท้ายของการตัดสินใจครั้งใหญ่ของชีวิตจึงไม่มีที่ไหนอบอุ่นให้พึ่งพิงเหมือน ร่มเงาฉัตรแก้วกงธรรมแห่งรัตนะทั้งสาม ...ฟ้าเริ่มขมุกขมัวใกล้ค่ำลงทุกขณะ ผมจำเป็นต้องบอกลาท่านสมภารและ แม่เฒ่าเจ้าของเรื่องราวน่าสลด นับแต่นาทีแรกที่แม่เฒ่ามาถึงที่นี่จนวันนี้ แม่เฒ่าไม่เคยออกไปนอกวัด เหมือนๆ กับที่ทั้งสามคนก็ไม่เคย ออกติดตามถามหาจะรู้หรือไม่ก็แล้วแต่ ว่าแม่ซมซานมาอยู่วัดแต่ ก็ไม่เคยปรากฏแม้แต่ เงาของลูกทั้ง 3 ผมจากลาออกมาทั้งที่น้ำตาเปื้อนหน้า ประโยคสุดท้ายของแม่เฒ่าที่ฝากมา..

“แม่จำลูกได้ทุกอย่างตั้งแต่เกิดจนโต จะทุกข์จะสุขก็คือลูกของแม่ แม่ให้โดยไม่เคยวาดหวังจะได้จากลูกทุกคนเป็นการตอบแทน

ลูกเอ๋ย...เมื่อลูกยังเป็นทารกทุกครั้งที่แนบอกดูดดื่มน้ำนมจากเต้า สองมือน้อยๆ ของเจ้าไขว่คว้าอยู่ไหวๆ
วันนี้แม่สิ้นแรงแทบสิ้นใจจะมีมือของลูกคนไหน เอื้อมมาปิดตาให้แม่ก่อนสิ้นลม.....”

ขอบคุณที่มา:เทสโกวาท
1月11日

รักที่สุด

ทั้งชีวิต ที่ผ่านมา แม่ผู้ให้
แบบที่ใคร ไม่สามารถ มาเปรียบเทียบ
ทั้งส่งเรียน ทั้งส่งเงิน ทั้งเสบียง
ผ้าห่มเตียง ปูไว้ให้ รอกลับมา
แม่ทำงาน แสนเหนื่อยยาก ไม่เคยบ่น
กลับอดทน ทำทุกทาง หารายได้
ให้ลูกใช้ ให้ลูกจ่าย ตามสบาย
ลูกกลับควาย ไม่เคยนึก ถึงมารดา
ลูกติดเกม ลูกติดเพื่อน แม่ไม่บ่น
ลูกมีกิ๊ก ลูกมีแฟน แม่ไม่ว่า
ลูกกลับดึก ลูกกลับเช้า แม่ไม่ด่า
ลูกติดยา ลูกติดบอน แม่อภัย
วันแม่นี้ มีหนึ่งคำ อยากจะพูด
อยากจะจูบ อยากจะหอม อยากกอดแม่
แล้วก็บอก คำๆนี้ โดยไม่แคร์
ผมรักแม่ หนูรักแม่ ที่สุดเลย...
 
ผึ้ง รักแม่ รักพ่อ ที่สุด ขอบคุณนะคะ
 
อยากให้ฟังบางคำจากความรู้สึก
ส่วนลึกที่ไม่เคยพูดไป
ให้รู้ว่าใครคนหนึ่ง
มีความซาบซึ้งสักเท่าไหร่
กับความรักกำลังใจ ที่เธอส่งให้ฉัน

กับเส้นทางยาวไกล จะไปถึงฝั่ง
กี่ครั้งที่ต้องไหวหวั่น
แต่เธอก็อยู่ไม่ห่าง
อยู่เติมความหวังข้างๆ กัน
ทำให้ฉัน ยังเข้มแข็ง
และมีแรงใจ 

อยากให้เธอรู้จริงๆ
รักเธอจริงๆ
ให้เธอเป็นยิ่งกว่าคนสำคัญ

หากไม่มีเธอวันนั้น
ฉันก็คงไม่มีวันนี้
สิ่งที่ฉันเป็น สิ่งที่ฉันมีตรงนี้
ฉันรู้ดีว่าฉันได้จากใคร
ทั้งหัวใจคนๆ นี้
แม้มันจะพอมีความหมาย
อยากบอกเธอด้วยคำจริงจัง
บอกด้วยความจริงใจ
ว่านับจากนาทีนี้ตลอดไป

ดีๆ เลยเอามาฝาก

เพราะรักในแบบของใคร ก็เป็นแบบของมันไม่มีแบบแผนตายตัว
อย่าฝืนใจรัก ถ้ามันไม่ใช่
ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคบใครสักคนเพียงเพราะ อยากจะมีใครสักคน
อย่าชิงสุกก่อนห่าม
เพราะผู้ชายที่ไม่รู้จักอดทนอดกลั้นเพื่อถนอมหญิงที่รัก
แสดงว่าเขาไม่ได้รักคุณหรอก เค้ารักตัวเองมากกว่า
อย่าเปลี่ยนตัวเองเพียงเพื่อให้เขามารัก เพราะจะทำได้ไม่นาน
วันนึงคุณจะรู้สึกเหนื่อยเพราะความรัก ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง
อย่าหลงในรสชาติของความรัก เสียจนลืมชีวิตประจำวันของตัวเอง
หรือสูญเสียความเป็นส่วนตัว
คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณโดยที่คุณไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเลย
คนที่พร้อมจะเดินหน้าเมื่อคุณเดินหน้า
คนที่พร้อมจะถอยหลังไปกับคุณ
คนที่ไม่ยอมให้คุณเดินตามหลัง ขอเพียงเดินเคียงข้างหรือนำหน้า
คนที่ไม่บังคับให้คุณ ทำอะไรในแบบที่คุณไม่ชอบ
คนที่ไว้ใจ ให้อภัย ให้โอกาส ซื่อสัตย์ และให้เกียรติ คุณ
...นั่นแหล่ะ คือคนที่รักคุณจริง.....
จงถนอมคนเหล่านี้ไว้ อย่าปล่อยให้เขาไปจากคุณ..
เพราะคุณจะเสียใจหากเขาเปลี่ยนไปหยิบยื่นความโชคดี
ที่ควรจะเป็นของคุณไปให้คนอื่น
คนที่รักคนที่เปลือกนอกมีอยู่เยอะเหลือเกิน.
ชีวิตคนคนนึงจะมีคนที่รักคุณจริงผ่านมาสักกี่คน
ใครที่บอกว่ารักคุณ แล้วพยายามจะเปลี่ยนคุณ
ดึงคุณให้เดินตามทางของเขา
เขาไม่ได้รักคุณจริงหรอก...เขารักตัวเอง
จงเชื่อในพรหมลิขิต
จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้
จงเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีเส้นขนาน
อย่าบอกว่าไม่รัก ถ้าไม่สามารถสบตาเขาอย่างบริสุทธิ์ใจได้
อย่าบอกว่ารัก ถ้าคุณไม่รู้สึกวูบวาบเวลาอยู่ใกล้ๆ
อย่าบอกว่าไม่คิดถึง ถ้า หัวใจไม่อาจลืม
อย่าบอกว่าคิดถึง ถ้า เพิ่งจากกันไม่ถึง1นาที
อย่าทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต
อย่าคิดว่าอดีตไม่มีวันหวนคืน
อย่าคิดว่าไม่มีพรุ่งนี้
อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน
ทุกชีวิตยังมีความหวังอยู่เสมอ

จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป..วันนึงถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ทางสายเก่าที่เคยทำให้

คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว..จงอย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก
เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิมเพื่อรอให้คุณเดินย้อนกลับมา..
ลองเดินต่อไปสิ..บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณค้นหามาตลอดชีวิต
ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้...
1月6日

อย่างที่น่าคิด

1. อย่าขับรถเร็วเกินที่เทวดาประจำตัวของคุณบินทันเป็นอันขาด
2. การแก้แค้นไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเหมือนกับดื่มน้ำทะเลเวลาหิวน้ำนั่นแหละ
3. ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น
4. "อย่ากลัวความฝันของคุณ: มันง่ายกว่าที่คิด"
5. นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ทุกๆ 4 คนจะมีคนหนึ่งที่สติเพี้ยน ๆ ลองเช็คเพื่อนคุณสัก 3 คนสิ ถ้าทุกคนปกติดีก็คุณน่ะแหละ
6. แบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคนเพียงคนเดียว
7. น้ำตาจะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ
8. สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ไม่ใช่วัตถุ
9. การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับจิตใจคือการก้มลงแล้วช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้น
10. คนๆหนึ่งอาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่าง แต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ไปจริงๆ เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดไปให้คนอื่น
11. เรารู้สึกดีที่มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเป็นคนดี
12. มีแต่ปลาตายที่ลอยตามน้ำ
13. คุณค่าของคน ๆ หนี่งบอกได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนที่เขาไม่ต้องการ
14. เงยหน้าขึ้นรับแสงตะวัน แล้วคุณจะไม่มีวันพบกับเงามืด
15. คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยใครไม่เป็นการให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้ เข้มแข็ง
16. ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรา มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบเท่านั้น
17. เมื่อคุณพูดความจริง คุณไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำอะไรทั้งนั้น
18. เด็กๆต้องการความรักมากที่สุดเมื่อพวกเขาทำตัวไม่น่ารัก
19. คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent (เงียบ)
12月30日

ขอบคุณสำหรับทุกๆสิ่งนะคะ ขอบคุณมากๆ

ขอบคุณ...คุณพ่อ คุณแม่ พี่ทิพย์

ขอบคุณ...เพื่อนๆทุกคน

ขอบคุณ...ค่ะ

T ^ T

    

 

12月14日

ดีจัง ที่วันนี้ เป็นอย่างนี้

ใครหลายคนชอบคิดไปไกลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง...
สิ่งที่ยังไม่เกิด ความคิดนี่แหละ
ที่บั่นทอนพละกำลังส่วนหนึ่งของความสุข
ที่ควรจะเกิด ควรจะมี ให้ลดน้อยลงไป
บางขณะ เราน่าจะทำชีวิตให้ดีกว่านั้นได้ง่ายๆ
แต่เพราะความคิด ความกังวล
ทำให้สิ่งที่น่าจะง่าย กลายเป็นสิ่งยุ่งยาก
ถ้าความคิดบางอย่าง ยิ่งคิด ยิ่งเศร้า ยิ่งทำให้กังวล
ยิ่งไม่มีความสุข ยิ่งหวาดกลัววันข้างหน้า ก็อย่าไปคิดมันเลย
แค่ทำวันนี้ให้มีความสุข ทำให้ดีที่สุดกับเวลานี้ที่มีโอกาสนี้...
บางที ใครจะรู้ว่า อะไรๆที่ไปกังวลนั้น อาจจะมาไม่ถึงก็ได้..
ชีวิตอาจไม่ยาวนานถึงขนาดนั้น
ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้ จะตื่นหรือเปล่า
อย่ากังวลกับอะไรที่ยังมาไม่ถึง...
มองวันนี้ ทำวันนี้ มีความสุขกับทุกวินาทีนี้ .....
ที่ยังหายใจอยู่ดีกว่า เวลามีพอเสมอสำหรับความสุข .
ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ ชีวิตที่พบความทุกข์ เป็นชีวิตที่แท้...
ไม่มีความทุกข์ก็ไม่มีการเติบโต
ความทุกข์เป็นพลังขับเคลื่อนให้หลายอย่างเกิด
ไม่มีใครไม่มีความทุกข์ เพราะนั่นคือการเป็นชีวิต
ความทุกข์สอนให้แต่ละคนเข้มแข็งในแง่มุมต่างๆ
ถ้าความทุกข์ไม่เข้ามาหา ก็จะไม่รู้ว่า ความสุขที่แท้เป็นอย่างไร
ไม่มีความทุกข์ ก็ไม่รู้จักความสุข......
เพราะความทุกข์พิสูจน์ความเป็นคน อ่อนแอ หรือเข้มแข็ง
ความทุกข์เป็นสิ่งท้าทายความสามารถ.....
ต่างจากความสุข ที่ทำให้อ่อนแอ มองโลกง่ายๆ แคบๆ
ความสุขเหมือนฝนพรำสาย
อ่อนโยน งดงาม บางเบา แต่ว่างเปล่า ไม่มีการเรียนรู้ใดในความสุข.......
เมื่อใดที่มีความทุกข์ ควรยิ้มรับ และคิดว่าโชคดีที่ได้เจอความทุกข์
ได้เรียนรู้การแก้ปัญหา ได้สงบ ได้สติ ได้ความนิ่ง ได้รู้จักโลก รู้จักตัวเอง
รู้จักการเติบโตทุกๆก้าว
ให้กำลังใจตัวเองมากๆ บอกตัวเองว่า
โชคดีที่วันนี้มีความทุกข์
เพราะเมื่อผ่านความทุกข์ ความสุขก็จะรออยู่เบื้องหน้า...
จงใช้ความทุกข์สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับชีวิต.

ชอบจัง

ฉันชอบความรู้สึกของการได้ "แอบรัก" ใครซักคน
หนึ่งชีวิตของคนเราถ้าได้รู้สึกถึง... "ความรักแบบไม่ครอบครอง" บ้าง ก้อคงจะดีไม่น้อย
โลกคงไม่วุ่นวาย..ไม่ยื้อแย่ง..ไม่ครอบครอง
และความรักก้อคงจะไม่ "เห็นแก่ตัว" อย่างที่ดำเนินอยู่
 
ขึ้นชื่อว่า "แอบรัก" แล้วล่ะก้อ...
ฉันเชื่อว่ามันไม่ใช่อาการที่ต้องการจะเปิดเผยตัวไม่อยากให้ใครได้รู้ได้เห็น
ความสุขเกิดขึ้นได้ในมุมเงียบๆ และปราศจากการครอบครอง
ความรักแบบเงียบกริบสอนให้คนปล่อยวางและหัวใจอ่อนโยน
ไม่ปรารถนาอะไรมากไปกว่าการได้รัก
และมากที่สุดก้อคงจะเป็นแค่ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่า
..."รัก"…
เท่านั้นเองที่ความรักต้องการ...
 
1164196715_1a322c9255d9830cf4a21a8b05f73bb7
11月11日

ความรัก

35730
 
รัก คืออะไร คำตอบนี้อาจไม่มีที่สิ้นสุด
แต่การที่จะบอกรักใครบางคน
นั่นไม่ใช่การตัดสินใจเพียงอารมณ์ชั่ววูบ
และรักก็ไม่ใช่แค่คำพูด รักคือความรู้สึกที่ออกมาจากใจทุกๆคน
 
" รัก " คือคำที่ใช้แทนความรู้สึก
บางคนแทนในความหมายที่มากเกินไป
บางคนแทนในความหมายที่ไม่ตรงประเด็น
บางคนแทนในความหมายที่เกินความเป็นจริง
บางคนแทนในความหมายที่เหมือนคิดว่าตัวเองอยู่แต่ในความฝัน
จริงๆ แล้ว คำว่า "รัก" ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย
 
" รัก " ก็แค่ความรู้สึกอันหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ผลของการที่คนๆ หนึ่งมีรักขึ้นมา
มันทำให้เกิดเรื่องราวหลากหลาย ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกและความคิดของแต่ละคน
ที่บอกว่า " รัก " ไม่ยิ่งใหญ่
เพราะว่า เรื่องราวของความรักต่ะหากที่ทำให้คุณรู้สึกขนพอง
ที่ทำให้คุณรู้สึกซึ้ง เศร้า มันเป็นแค่เรื่องราวของชีวิต
มันไม่ใช่ความรัก ที่คุณยิ้มน้ำตาไหล ไม่ใช่เพราะคุณชื่นชมคำว่า "รัก"
แต่คุณชื่นชมเรื่องราวแห่งความรัก ต่ะหาก
ความรักคือการให้
ความรักคือการเข้าใจกัน
ความรักไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะมันมีความหมายมากเกินกว่าจะเข้าใจได้
และนี่อาจจะเป็นแค่เศษเสี้ยวของความหมายในคำว่า รัก
 
"รัก" ไม่มีคำว่าเศร้า ทุกข์ ขมขื่น หรืออะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ดี…
"รัก" มีแต่สิ่งดีๆ ให้กันและกัน
สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก "รัก" แต่เกิดจากการคาดหวัง
ที่แต่ละคนคิดว่าหากรักกันแล้ว ... ต้องทำให้ได้ทุกอย่าง
ในความเป็นจริงแล้วใช่อย่างนั้นหรือ ... การคาดหวังเกิดขึ้นได้กับทุกคน...
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิ่งที่คาดหวังของคนสองคนไม่ตรงกัน...
คุณคงนึกภาพออก...
แล้วถ้ายิ่งคุณทำอะไรให้กับคนที่คุณรักแล้วแต่ไม่ตรงกับที่คนรักคุณคาดไว้สิ่งนั้นก็หมดความหมาย...
คนทำก็หมดกำลังใจ ทำตั้งเยอะไม่ได้อะไร ตอบแทนเลย
จึงกลายเป็นการเรียกร้องเกิดขึ้น
เมื่อคุณเป็นฝ่ายให้แล้วทำไมอีกฝ่ายไม่เป็นฝ่ายให้บ้าง
โดยคุณอาจลืมไปว่าอีกฝ่ายก็ได้ให้คุณเหมือนกัน
เพียงแต่สิ่งนั้นไม่ได้ตรงกับที่คุณคาดไว้ และมันไม่มีความหมายกับคุณเลย
เมื่อคนสองคนคิดไม่ตรงกัน ... ที่ต้องการจะเป็นฝ่ายรับ
หรือเรียกร้องที่จะรับโดยบอกให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายให้...
ความทุกข์ต่างๆ ก็จะตามมา
"รัก" ไม่ต้องคาดหวัง...ทำให้เมื่ออยากทำ...ไม่ต้องรอสิ่งตอบแทน...
และรับในสิ่งที่อีกฝ่ายให้เมื่อเขาอยากให้...ไม่ต้องเรียกร้อง
เป็นตัวของตัวเองในบางครั้ง...โอนอ่อนในบางที...สิ่งดีๆ ก็จะเกิด "รัก" ก็จะปรากฎ
 
11月10日

อย่ามากมาย

  
 
 
 
ฉั น ก็ ไ ม่ รู้  ไ ม่ รู้ เ ห มื อ น กั น
พ อ เ จ อ เ ธ อ นั้ น มั น จ ะ ไ ม่ ส บ า ย
แ ต ะ ห น้ า ผ า ก แ ล้ ว เ ห มื อ น จ ะ เ ป็ น ไ ข้
เ ป็ น อ ะ ไ ร   นั ก ห น า

เ มื่ อ ไ ห ร่ เ ธ อ นั้ น   แ ค่ หั น  ม อ ง ม า
ใ จ สั่ น มื อ ช า  อ า ก า ร เ ริ่ ม สั บ ส น
โ ม โ ห จ ริ ง ๆ  คิ ด แ ล้ ว ก็ ยิ่ ง . . . วุ่ น ว า ย   ว ก ว น
 
* ก็ ใ จ มั น ห วิ ว   อ ย า ก จ ะ พ ริ้ ว ล อ ย ไ ป ใ ก ล้ ๆ เ ธ อ
เ ป็ น อ ย่ า ง นี้ สั ก วั น ค ง รั ก เ ธ อ
ไ ม่ อ ย า ก เ จ อ กั บ เ ธ อ สั ก พั ก  ค ง ดี
* * บ อ ก ใ จ ตั ว เ อ ง ว่ า อ ย่ า   ว่ า อ ย่ า ม า ก ม า ย
อ ย่ า ไ ป ใ ห้ ท้ า ย หั ว ใ จ จ น คุ ม ไ ม่ อ ยู่   ก ลั ว เ ธ อ นั้ น
จ ะ รู้   แ อ บ รั ก เ ธ อ ม า ตั้ ง น า น  เ ท่ า ไ ห ร่
บ อ ก ใ จ ตั ว เ อ ง ว่ า อ ย่ า  ว่ า อ ย่ า ดิ้ น ร น
ก ลั บ ไป ฝึ  ก ฝ น วิ ช า ค ว บ คุ ม หั ว ใ จ
ทำ ไ ด้ เ มื่ อ ไ ห ร่   แ ล้ ว ค่ อ ย ก ลั บ ไ ป ห า เ ธ อ
 
เ พ ร า ะ ใ จ ข อ ง ฉั น มั น ชั ก เ กิ น เ ล ย
อ ย า ก ล อ ง ทำ เ ฉ ย ไ ม่ ต้ อ ง คิ ด อ ะ ไ ร
ป ล่ อ ย ไ ป อ ย่ า ง นี้ ชั ก ไ ป กั น ใ ห ญ่
ไ ม่ น า น ใ จ ค งล ะ ล า ย  ฉั น ค ง ต้ อ ง พั ก  ห ยุ ด รั ก สั ก วั น
แ ต่ ก ลั ว ว่ า ฉั น นั้ น จ ะ ห้ า ม ใ จ ไ ม่ ไ ห ว
ก ลั ว ต้อ ง ล ะ เ ม อ  ก ลั ว ต้ อ ง รั ก เ ธ อ  ห ม ด ทั้ ง หั ว ใ จ
 
 
(ซ้ำ *,**,**,**)
 
ทำ ไ ด้ เ มื่ อ ไ ห ร่  แ ล้ ว ค่ อ ย ก ลั บ ไ ป ใ ห้ เ จ อ
> 

หัวข้อการพูดคุย พื้นที่เล็กๆ

  

ข้อความ

พื้นที่เล็กๆ
จะต้องถอนใจ อีกสักเท่าไร
โลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยเป็นอย่างใจ
วันและคืนเปลี่ยนหมุน ให้เราวิ่งตามเรื่อยไป
โตแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป

การเป็นผู้ใหญ่ มันไม่ง่ายเลย
มันไม่คุ้นไม่เคย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ
ไม่มีเวลาเหลือ ไว้ฟังไว้คิดถึงใคร
โตแล้ว ต้องทำอย่างไร

เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
จนตัวเราเองอาจหล่นหาย
เมื่อเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในใจ เขาไปไหน
ทำไมวันนี้เขาหายไปจากเรา

ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้

ตรงขอบฟ้านั้น มีรุ้งพาดผ่าน
เมื่อความจริงความฝันได้มาบรรจบกัน
ที่ดินแดนแห่งนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งกับฉัน
จูงมือเดินไปด้วยกัน

เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ
จนลืมว่าเราเคยเป็นใคร
อย่าลืมเด็กน้อย ทิ้งปล่อยเขาคอยอยู่เดียวดาย
ได้ยินใช่ไหมเสียงนั้นที่เรียกเรา

ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ จะอยู่กับฉันตลอดไป

(ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก)
อยู่กับฉันตลอด ไม่ให้ใครแย่งไป
(ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก)

หากมีเพียง100คนบนโลกนี้

บนโลกใบนี้มีคนมากกว่าหกพันล้านคนถ้าย่อโลกเหลือเป็นหมู่บ้านที่มีคนอาศัยเพียง100คนมันจะเป็นอย่างไร
52คนเป็นผู้หญิง
48คนเป็นผู้ชาย
 
89คนเป็นคนรักต่างเพศ
11คนเป็นคนรักเพศเดียวกัน
 
30คนเป็นเด็ก
70คนเป็นผู้ใหญ่
และ7คนในจำนวนนี้แก่แล้ว
 
70คนไม่ใช่คนผิวขาว
30คนเป็นผิวขาว
 
61คนเป็นเอเชีย
12คนมาจากยุโรป
27คนมาจากที่อื่นๆ
 
ใน100คนมีคนนับถือศาสนาและพูดกันหลากหลายภาษา
ในเมื่อมีคนหลากหลายเราจึงต้องยอมรับเรียนรู้และเข้าใจเขาให้ได้
จาก100คนในหมู่บ้าน20คนอดอยากแร้นแค้นขณะที่1คนกำลังจะตาย
แต่อีก15คนอ้วน....ถ้าดูทรัพสินของหมู่บ้าน 6คนมีถึง59เปอเซนกลุ่มนี้ล้วนมาจากอเมริกาทั้งสิ้นอีก74คนมีไว้39เปอเซนและ20คนเฉลี่ยกันคนละ2เปอเซน ถ้าคุณมีรถใช้แสดงว่าคุณเป็น1ใน10คนที่รวยที่สุด
75คนมีอาหารและแหล่งพักพิงกันลมกันแดดฝน แต่อีก25คนไม่มี ถ้าคุณสามารถพูดจา/แสดงออกตามความเชื่อและสามัญสำนึกของตนเองได้โดยไม่ต้องโดนคุกคาม กังขัง ทรมานหรือถูกฆาตกรรม นั้นแสดงว่าคุณยังโชคดีกว่าอีก48คนที่ทำไม่ได้
 
ถ้าคุณไม่ได้อยู่อย่างหวาดกลัวกับความตายจากโดนระเบิด/อาวุธ เหยียบกับระเบิดหรือโดนข่มขืน นั้นแสดงว่าคุณยังโชคดีกว่าอีก20คน
ในจำนวนข้อความที่อ่านมาทั้งหมดที่อ่านมาดูเหมือนจะน้อย แต่อย่าลืมสิว่าเราย่อจำนวนคนจากหกพันล้านคนเหลือเพียง100คนเท่านั้น
ถ้าคุณได้อ่านข้อความนี้แสดงว่าคุณยังมีชีวิตอยู่และคุณอ่านหนังสือได้ ดังนั้นจงพึงคิดไว้เถอะว่าคุณยังโชคดีกว่าใครหลายๆคนที่ด้อยโอกาสกว่าเรา จงใช้มันให้คุ้มค่าและถูกต้องเถอะ 
 
7月20日

พรุ่งนี้จะมาอัพแล้วกันวันนี้สอบต้องอ่านหนังสือ

ปล่อย.....ไว้นานเป็นชาติแล้ว ไม่รู้คิดไงอยากอัพขึ้นมาตอนที่แม่งต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ
เออเดวมาแล้วกัน
12月10日

วันนี้วันเกิดเพ่ทิพย์

     อะชืบๆ ตื่นแต่เช้าเล้ยวันนี้ วันนี้ไม่รู้เป็นไรเนาะ วันนี้เป็นทั้งวันรัฐธรรมนูญ และวันนี้ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณเพ่ทิพย์ด้วย ไอ้เราก็ไม่เห็นจะเกิดวันสำคัญๆบ้างเลย คุณเพ่ทิพย์เนี้ยวันเกิดทีไรหยุดตลอดปีตลอดชาติเลย ไม่ตรงกับวันเสาร์ วันอาทิตย์ แหนะ!! หยุดชดเชยห้ายยย เออ ช่างเต๊อะ เบื่อมานนนน
     ไม่อยากจะบอกเลยอ่ะ ว่าวันนี้คุณเพ่ทิพย์ไปตักบาตร โอ้ พระเจ้า ก็วันเกิดหนินาก็ต้องทำความดีบ้างล่ะเนาะ ขนาดตักบาตรก็ดันมี่เรื่องเถียงกันอีกจนได้ ไอ้เราก็จะนั่งคุกเค้าตักบาตรไง แต่คุณเพ่ทิพย์ยืนตักบาตรอ่า ก็เถียงกันเชียวว่าอันไหนถูกก่ากัน ไอ้เราก็ว่านั่งมันเหมือนแสดงความเคารพก่านี่นา
      ไม่อยากจะบอกอีกเหมือนกันว่าวันนี้ไม่ได้ทำอะไรเป็นกิจลักษณะเลยยย มีแต่นั่งดูทีวี กิน นอน เห้อ ชีวิตนะชีวิต การบ้านท่วมหัวยังไม่รู้สึก แต่ไอ้เราก็ได้อะไรดีๆจากทีวีเหมือนกันเดะ มีรายการนึงชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกคนสร้างมีความคิดสร้างสรรค์มากเลยอ่ะไอ้เราก็ขโมยความคิดจากรายการนี้มาแยะเหมือนกานน ก็รายการ art attack อ่า     ดีมั่กๆเลยไม่รู้คนคิดเขาเอาอะไรคืดอ่ะ ย้ำ โคตรดี
       วันนี้ดูหนังเรื่องนึง ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เศร้ามากเลยเป็นเรื่องของชาวยิวที่โดนพวกเยอรมันจับตัวไปกักขังที่ค่ายไรซักอย่างเรื่องนี้เป็นเรื่องของพ่อที่แสนดีดีมากๆ ตอนจบน่าเสียดายอ่ะจะรอกดอยู่แล้วแต่ว่าตายซะก่อน เรื่องนี้ซึ้งมากๆอย่าลืมดูถ้ารู้ชื่อเรื่องเมื่อไรจะมาบอกแล้วกัน
       ตอนประมาณ 5 โมงออกไปซื้อของข้างนอกด้วย เพื่อนของคุณเพ่ทิพย์เกิดหลังคุณเพ่ทิพย์วันนึงเหมือนมิ้วเลยมิ้วก็เกิดหลังเพ่ตัวเองเกิดวันหนึ่งแล้วก็เกิดหลังคุณเพ่ทิพย์เกิดวันนึงด้วย งงมั้ย ก็คือ พี่มิ้วกะพี่เราเกิดวันเดียวกันอ่ะนะ ไอ้เราได้กาวด้วยขวดบักเอบ 25 บาทเองโคดถูก และก็ซื้อของขวัญปีใหม่แล้วล่ะแต่ไม่บอกว่าอะไรหรอกนะ
       ตอนเย็นได้กินปลาส้ม(เหมือนปลาทอดเลยอ่ะ) ก็ไปซื้อที่ตลาดตอนออกไปซื้อของอ่ะแหละ ก็อร่อยดีอ่า คราวหน้าจะซื้อปลาราดพริกด้วย
       และก็มาถึงตอนนี้ตอนที่เขียนอยู่เนี้ย ต่อไปก็คงดูทีวีจั๊กแปป และก็นอนอ่ะนะ ชีวิตของไอ้เราก็ไม่มีไรมากอ่ะ แค่นี้แหละ
ราตรีสวัสดิ์
 
12月8日

จะลองเขียนดูแล้วกัน

     วันนี้เป็นวันแรกเลยนะที่ฉันจะเรื่มเขียนบันทึกประจำวันนะ
    
     อยากจะบอกว่าไม่มีไรจะเขียน แต่จะเอาเรื่องดีๆมาฝากแหละกัน
 
     เคยสงสัยบ้างมั้ยว่า เวลา มีค่าแค่ไหน บ้างครั้งฉันก็รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน แต่บางครั้งก็แทบใจจะขาดกับการรอเวลาให้ผ่านไป นี่เป็นเพียงแค่ความรู้สึกของฉันเท่านั้นหรอ??
     ฉันมีบทความ 1 บท ดี มากๆ ไม่รู้ว่าใครเขียน หลายคนคงเคยผ่านตามาบ้างแต่อยากย้ำอีกทีว่า เวลา มีค่าแค่ไหน 
    
     ถ้าอยากรู้ว่าเวลา 1 เดือนมีค่าขนาดไหน
          ถามมารดาที่คลอดบุตรยังไม่ครบกำหนด
     ถ้าอยากรู้ว่าเวลา 1 อาทิตย์มีค่าขนาดไหน
          ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์
     ถ้าอยากรู้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงมีค่าขนาดไหน
          ถามคนรักที่รอพบกัน
     ถ้าอยากรู้ว่าเวลา 1 นาทีมีค่าขนาดไหน
          ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทาง หรือเรือบิน
     ถ้าอยากรู้ว่าเวลา 1 วินาทีมีค่าขนาดไหน 
         ถามคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างหวุดหวิด
     ถ้าอยากรู้ว่าเวลาเสี้ยวหนึ่งของวินาฑีมีค่าขนาดไหน
         ถามนักกีฬาโอลิมปิคที่ชนะเหรียญเงิน
     ถ้าอยากรู้ว่ามิตรภาพมีค่าขนาดไหน
         ถามคนที่เสียเพื่อนสักคนหนึ่ง
    
     ฉันคิดว่าบางคนอาจจะรู้คำตอบในบางข้อ มีบางข้อที่บางคนไม่รู้คำตอบ แต่บางครั้งฉันมั่นใจว่าสักวันบางคนจะ รู้ สึก
 
     เวลาไม่เคยรอใคร เมื่อมันผ่านไปแล้ว มันจะไม่กลับมาอีก จงใช้เวลาของคุณทุกขณะอย่างดีที่สุด คุณจะรู้คุณค่าของเวลาเมื่อท่านแบ่งปันกับคนที่พิเศษสุดในชีวิตของท่าน
 
     กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป